วันนี้ที่เมืองไทย...
posted on 06 Oct 2008 15:12 by genezzz in LIFE
วันนี้ที่เมืองไทย
ถือเป็นทศวรรษแรกก็ได้ กับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นที่นี่.... ที่เมืองไทย
เป็นครั้งแรก ที่จะเห็นคู่สามี-ภรรยา ต้องทะเลาะกันเพราะความเชื่อที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง
เป็นครั้งแรก ที่พี่น้องท้องเดียวกัน ต้องยกจานข้าวหนีคนละทิศคนละทาง เมื่อดูข่าวบ้านเมืองแล้วคุยกันเองไม่รู้เรื่อง
เป็นครั้งแรก เพื่อนฝูงที่สนิทมายาวนาน ต้องห่างเหินกันอย่างไร้เหตุผลเพราะมองประเทศเดียวกันแต่คนละมุม
เป็นครั้งแรก ของวงเหล้าอีกเช่นกันที่มีคดี สองขี้เมาซัดกันถึงตายด้วยสาเหตุจากเรื่องการเมือง
เป็นครั้งแรก สำหรับคู่รักหวานแหววต่างก็ต้องแห้วใจสลายเพราะความขัดแย้งที่ไม่เกี่ยวกับอนาคตตัวเองทั้งคู่
เป็นครั้งแรก ที่ผู้รักษากฏหมายต้องรู้สึกเกรงใจผู้กระทำผิดอย่างเปิดเผย ด้วยภาวะจำยอม
และก็เป็นปรากฎการณ์ครั้งแรกแห่งทศวรรษนี้อีกเช่นกันที่ ทุกสถาบันครอบครัวและความอบอุ่นทั้งปวง
ต่างอยู่ในสถานะพร้อมที่จะแตกหักโดยไม่รู้สาเหตุ
และผลของช่องว่างทางความคิดที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นอะไรที่ทำให้สภาพชีวิตของคนไทยเปลี่ยนไป
กล่าวคือผลที่ได้รับ..
วันนี้...คนไทยจะต้องคุยกันแบบระวังตัวกับคู่สนทนา
วันนี้...คนไทยกลายเป็นผู้รู้กฏหมาย โดยไม่ต้องเรียนวิชากฏหมาย(เพื่อประกอบกับสิ่งที่ตนต้องการ)
วันนี้...คนไทยกลายเป็นนักบริหารการเมืองไปทั้งประเทศ ขณะที่ในครอบครัวยังบริหารกันไม่ลงตัว
วันนี้...คนไทยกลายเป็นนักรัฐธรรมนูญราวกับอ่านทั้งเล่มวันละสามรอบหลังอาหาร
วันนี้...คนไทยกลายเป็นผู้ที่มีความคิดกว้างไกล ขณะที่ใจแคบลง
วันนี้...คนไทยกลายเป็นนักก่อม็อบมืออาชีพเพราะเชื่อว่า นั่นคือหนทางที่ใช้แก้ปัญหาได้ดีกว่าใช้ปัญญา
วันนี้...คนไทยมักอ้างใช้สิทธิ์แทนความขี้เกียจอย่างไร้ยางอาย
วันนี้...คนไทยกลายเป็นคนอารมณ์เสียง่าย กับสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่นโดยไม่เปิดกว้่างที่จะรับฟัง
และวันนี้... สื่อไทย(บางส่วน)จำต้องกลายเป็นนกสองหัวด้วยความจำเป็น ทั้งนี้เพื่อปากท้องและความอยู่รอด
ดังนั้น วันนี้เมืองไทย จึงกลายเป็นภาวะตัวมันตัวใครแบบไร้น้ำใจ ทั้งที่นั่นไม่ใช่นิสัยของคนไทย
ผู้ที่ถูกทั่วโลกเรียกกันว่า "สยามเมืองยิ้ม" มาก่อน มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่มีใครหรือแม้แต่ตัวเอง
ก็ตอบไม่ได้ ดังเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใกล้ๆตัว เมื่อเด็กหนุ่มคนหนึ่งไปซื้อหนังสือร้านที่เขาซื้อ
เป็นประจำนับแรมปี โอภาอาศัยกันดีมาตลอด แต่วันนี้เพียงแค่เขาขาดเหรียญบาทเพียง 1เหรียญ
ยายซิ๊มโบ๊ะไล่ให้เขาต้องเดิน กลับมาเอาเหรียญที่บ้านด้วยระยะทางเกือบ500เมตร และก็คงเป็น
สัญญาณยุติการซื้อหนังสือร้านนี้อีกต่อไป เป็นอันว่า ความปรองดองที่ผูกกันมานับแรมปีต้องปิดลง
ด้วยเหรียญบาทเพียงเหรียญเดียว...
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
...... สิ่งเหล่านี้ในอดีตเคยมีมั้ยครับ แต่ปัจจุบันหาได้ใกล้ตัวคุณ