ศิลปิน
จำได้ว่าเคยมีเพื่อนบล็อกได้ตั้งบทสงสัยไว้ว่า ศิลปิน คืออะไร..
ปราชญ์ท่านหนึ่งกล่าวนิยามคำนี้ไว้ว่า ศิลปิน มาจากคำว่า ศิลป+จินตนาการ
ศิลปคือความเฉพาะตัวหรือเอกลักษณ์ ส่วนจืนตนาการคือความเคลื่อนไหวของอารมณ์ความรู้สึกที่ไม่นิ่ง
เมื่ออารมณ์เคลื่อนไหวความรู้สึกไม่นิ่ง แต่อยู่ในกรอบของความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
มันจึงเป็นกลไกของวิถีแห่งเส้นทางศิลปิน
แต่ต้องตั้งบนเหตุผลและความเป็นไปได้นะครับ ไม่ใช่ไม่อาบน้ำมาเป็นเดือน
แล้วอ้างว่าอยากเห็นการผันเปลี่ยนของกลิ่น อย่างนี้เขาเรียกว่า เพี้ยนเน่าครับ
ศิลปินเป็นเสมือน"ชิพ"ที่ธรรมชาติฝังไว้กับมนุษย์ทุกคน(ไม่รวมความพยายามนะครับ)
เพียงแต่จะมองเห็นและหยิบเป็นหรือเปล่าเท่านั้น.
แต่ก็มีนะครับที่บางคนธรรมชาติลืมฝังไว้ ที่เราเรียกว่า หุ่นไม่ให้แต่ใจรัก นั่นแหละ
คำๆนี้ต้องเห็นด้วยใจรักและสัมผัสได้ด้วยความรู้สึกที่ดีเท่านั้น
ศิลปิน ไม่ใช่หมายถึงเพียงแค่นักดนตรีหรือนักร้องเท่านั้น มันครอบคลุมไปกว้างมาก
ตั้งแต่ จิตรกร นักถ่ายรูป นักออกแบบ นักกวี นักเขียน ช่างตัดเสื้อ ช่างตัดผม นักคอมพิวเตอร์
คนทำอาหาร มีแม้กระทั่งในแก้วชาที่คุณกำลังชง ทุกอย่างจะเป็นศิลปหมดเมื่อคุณใส่ความรู้สึก
และจินตนาการลงไปในสิ่งที่ทำ นั่นคือความเฉพาะตัว
ในสิ่งเดียวกัน เรียนรู้เท่ากัน เครื่องมือเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นการเลียนแบบกันล่ะก็
มันก็จะให้ความหมายและความรู้สึกที่ไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ก็เพราะ
ใจ..ความรู้สึก..อารมณ์และจินตนาการนั้น..ต่างกัน
มีเรื่องเล่าที่เป็นเรื่องจริง นักดนตรีคนหนึ่งจะเล่นหรือพูดอะไรก็ดูดีไปหมด
จะทะลึ่งตึงตังกับคนฟังอย่างไรก็ขำฮากลิ้งไปซะทุกเรื่อง
แต่ครั้นนักดนตรีอีกคนขึ้นมาเล่นบ้าง พูดเหมือนกัน ประโยคเดียวกันแต่ดันไม่ขำ
ซ้ำกลายเป็นตกขอบ คนฟังไม่ชอบซะงั้น
นั่นให้่เห็นถึงการสื่อออกไปที่ไม่เหมือนกันของอารมณ์ ความรู้สึกและจินตนาการ
ไม่แปลกเลยที่บางคนจะพยายามเล่าเรื่องขำยังไงก็ไม่ขำ..
หรือคนขายก๊วยเตี๋ยวเหมือนกันใส่ทุกอย่างเหมือนกัน แต่รสชาติยังไม่เหมือนกันเลยครับ
เพื่อนผมคนหนึ่งเปิดร้านขายอาหารแบบประเภทต้นทุนต่ำน่ะ
แต่มันพูดน่าฟัง.."อร่อยอยู่ที่ใจเพื่อน ถ้าใจมันอร่อยซะแล้ว ทุกอย่างมันก็อร่อยไปหมด"
ซึ่งก็จริง ลูกค้าที่เข้ามาร้านจะถูกต้อนรับด้วยความรู้สึกที่ดี การดูแลที่น่าอบอุ่น แถมนิดลดหน่อย
เป็นการให้ความรู้สึกที่ดี ถ้าว่างจัดก็ขึ้นเล่นกีต้าร์ร้องเพลงให้แขกฟังอีกต่างหาก
"นั่งร้านนี้แล้วสบายใจ"นั่นคือเสียงตอบรับจากผู้มาใช้บริการ
พื้นฐานด้านหนึ่งที่จะให้ ศิลป ก็คือ ศิลปินทุกด้านจะต้องมีฐานของความซื่อตรงและ
การเปิดกว้างทางจิตใจ ไม่้เสแสร้งหรือแอบแฝง มันเป็นเสมือนโครงสร้างที่ดี
นักดนตรีที่ดี ไม่ว่าแขกจะเต็มร้านหรือมีโต๊ะเดียวก็จะต้องเล่นดนตรีให้เพราะด้วยความตั้งใจเท่ากัน
คนปรุงอาหารที่ดี ลูกค้ามากหรือน้อยก็ต้องรู้สึกอร่อยเท่ากัน ตั้งใจปรุงรสชาติเท่้ากัน
คำว่า ศิลปิน จะอยู่ในทุกๆวิชาชีพ เพียงแต่มันจะอยู่ในจุดที่ลึกที่สุดของอารมณ์
อยู่ที่ว่าคุณจะเห็นหรือเข้าใจ และหยิบออกมาใช้เพื่อสื่อเป็นหรือเปล่าเท่านั้นครับ
ดังนั้นถ้าคุณหยิบศิลปที่อยู่ในตัวเองออกมาเล่นได้ คุณก็คือศิลปินคนหนึ่งครับ.

#1 By RemoveveR on 2008-09-21 01:47