ของขวัญชิ้นใหญ่
posted on 12 Jan 2009 22:54 by genezzz in LIFE
ของขวัญชิ้นใหญ่
และแล้วคนไทยก็เข้าสู่ปี2009 แม้ว่าจะกระโผลกกระเผลกซักหน่อย แต่ก็เดินผ่านปีมาได้
และส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นความยินดีกันอยู่ แม้อนาคตยังเหมือนมีหมอกควันอยู่ข้างหน้า
ขณะที่หลายท่านก็ต้องสะเทือนขวัญรันทดใจกับการสูญเสียครั้งใหญ่ในวินาทีข้ามปี
อย่างชนิดที่ทุกคนไม่คาดคิด กับเรื่องร้ายของผับใหญ่สุดยอดของเมืองไทยว่ามันจะเกิดขึ้น..
ในฐานะที่อยู่ในแวดวงคนในก็อยากบอกเกร็ดเล็กๆที่ไม่ควรมองข้ามให้กับนักเที่ยวยามราตรี
ไว้เป็นพิ้นฐานการเอาตัวรอด ยามเมื่อเกิดเหตุอันใดก็ตาม โดยเฉพาะเหตุเกี่ยวกับเพลิงไหม้
..เมื่อเข้าไปถ้าหาที่นั้งใกล้ประตูไม่ได้ให้หาที่นั่งใกล้เวทีเพราะจะมีทางเข้าออกของนักดนตรี
หรือศิลปินโดยเฉพาะ (สังเกตุนักดนตรีหรือดีเจไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน)
..ให้สังเกตุทางที่พนักงานเสริฟเดินผลุบเข้าโผล่ออกว่ามีกี่ทาง นั่นเป็นอีกเส้นทางหนึ่ง
ที่ถูกมองข้ามและคนจะน้อยขณะเกิดเหตุ เพราะจะรู้เฉพาะคนที่ทำงานในนั้นเท่านั้น
..ส่วนใหญ่มักชอบนั่งใกล้ห้องน้ำเป็นความคิดที่ผิดเพราะนั่นเป็นทางตัน
( ผู้ที่รอดในนี้ต้องขอบอกว่าโชคดีจริงๆ )
..ประตูหนีไฟไม่น่าจะช่วยอะไรได้มากนักเพราะเขาสร้างไว้สำหรับการตรวจสอบไม่ได้สร้างไว้ให้หนีไฟ
..ควรพกไฟฉายติดกระเป๋าไว้เพราะสัญชาติญาณของช่างไฟจะตัดไฟทันที เมื่อเกิดเหตุ
..ควบคุมสติแล้วตามพนักงานไปเพราะพวกเขาจะนำพาท่านไปสู่ประตูด้านหลัง
หรือที่เรียกว่าทางผ่านขยะซึ่งจะใหญ่กว่า ประตูด้านหน้า4-5เท่า
(ไว้สำหรับรถขนขยะถอยมารับขยะแต่ละวัน ดังนั้นต้องใหญ่และสะดวกกับการเข้าออก)
..ไม่ต้องถามหาผู้จัดการเพราะเขาก็เป็นแค่พนักงานคนหนึ่ง
ส่วนใหญระดับเจ้าของจะแยกอยู่อีกส่วนของตึกแล้วมองพวกท่านผ่านกล้องวงจรปิด
..พกนกหวีดติดพวงกุญแจไว้จะช่วยได้ดีกว่าเสียงกรีดร้องของท่าน
..กระป๋องน้ำแข็งจะเป็นหมวกกันน๊อคอย่างดีที่ไม่ควรมองข้าม
..ที่สำคัญตั้งสติให้มากที่สุด
นั่นคือเรื่องใหญ่ในวันปีใหม่ ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด
แม้จะเป็นเหตุสูญเสียครั้งใหญ่ถ่ายทอดไปทั่วโลก แต่ก็ยังเป็นงานที่รัฐบาลชุดใหม่
ให้ความสำคัญน้อยกว่าหญิงชราที่อีสานซะอีก ที่ท่านผู้นำให้ความสำคัญถึงกับต้องขึ้นเครื่องบิน
ไปเพียงแค่วางดอกไม้จันทร์ดอกเดียว ไม่ใช่ที่ท่านทำนั้นเป็นเรื่องไม่ดี...
แต่!!!
ขณะที่ผู้ประสบเคราะห์ทั้งที่สูญเสียชีวิตเกือบร้อยและบาดเจ็บระเนระนาด
เป็นจำนวนหลายร้อยก็รอให้ท่านไปให้กำลังใจ ถามสารทุกข์สุกดิบและช่วยหนทางการช่วยเหลือเช่นกัน..
รวมไปถึงญาติพี่น้องที่พวกเขาต้องสูญเสียคนที่รักไป
ทั้งที่ผู้คนบาดเจ็บเหล่านั้น เชื่อว่าครั้งหนึ่งหลายคนก็ออกมาอุทิศตนบนกลางถนนเพื่อท่าน !!
ครั้นจะตอบว่าก็มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแล แต่นั่นไม่เพียงพอสำหรับกำลังใจของ
ผู้สูญเสียและญาติพี่น้องซึ่งได้รับเพียงเศษเสี้ยว เมื่อเทียบกับภาพการทุ่มเทให้กับคุณยายชราคนหนึ่ง
นับตั้งแต่ส่งจดหมายด้วยลายมือตนเอง มอบเงืนดูแล โฟนอินด้วยเสียงตนเองให้กำลังใจ
กระทั่งท้ายสุดรีบขึ้นเครื่องไปงานเผา คิดไปก็แอบอิจฉาอยู่ในใจแทนอีกหลายร้อบชีวตที่บาดเจ็บล้มตาย
ผู้ซึ่งก็อยากได้แบบนั้นบ้าง ซึ่งก็เห็นผ่านหน้าจอแค่วันเดียว
ไปดูสถานเกิดเหตุและผู้บาดเจ็บเตียงเดียวที่ท่านคุยด้วย
หรือว่าชีวิตคนจำนวนนับร้อยมีค่าด้อยกว่าแหวนทองเหลืองวงน้อยวงนั้น?
...อย่างนี้หรือเปล่าที่เรียกว่าสองมาตรฐาน???
+++++++++++++++++++++++++++++++
สุดท้ายนี้ขอแสดงความเสียใจแด่ผู้ที่ประสบเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วยครับ
Rest in peace...

---------------------------------
#1 By Mac (124.120.36.72) on 2009-01-12 23:11