ฉลาด
หายกันไปนานเลยนะครับ กับความเคลื่อนไหวในบล็อคแห่งนี้
ผมเชื่อว่าช่วงนี้หลายๆคนกำลังวางแผนให้ตัวเอง
กับชิวิตที่ต้องต่อสู้กับภัยทางเศรฐกิจ ซึ่งกำลังแรงขึ้นเรื่อยๆ...
ขณะที่ข่าวสารบ้านเมืองก็กำลังเล่นสงกรานต์การเมืองอย่างบันเทิง
ทำให้รู้ว่า...พวกเขามีเวลาให้ประชาชนอย่างเราๆเพียงน้อยนิด
แล้วใครล่ะที่เป็นห่วงเราอย่างจริงจัง?
ผมว่าถึงเวลาแล้วล่ะที่ต้องช่วยตัวเองด้วยการ
เพิ่มพลังทางสมองเบ่งความฉลาดให้มากขึ้น
เพราะปัญญาเท่านั้นที่สามารถช่วยให้ท่านรอดจากภาวะเช่นนี้ได้
.. สิ่งแรกก็คือ ภูมิคุ้มกันทางครอบครัว
ต้องสร้างความอบอุ่น ในครอบครัวให้มากขึ้น
แม้ประชาธิปไตยในประเทศยังไม่ลงตัว แต่ประชาธิปไตยในครอบครัวต้องลงตัว
คนรุ่นก่อนต้องเปิดใจให้กับความคิดรุ่นใหม่บ้าง
เมื่อครอบครัวเป็นประชาธิปไตย การใส่ใจซึ่งกันและกันก็จะแน่นแฟ้นขึ้น
.. สร้างแนวคิดในมุมกลับบ้าง
แล้วท่านจะได้เปรียบ เริ่มฝึกง่ายๆจากสิ่งใกล้ตัว
หลายท่านอาจติดละคร..รายการ..ข่าวสาร หรือใดๆ อย่างชนิดแฟนพันธ์แท้
ลองมองมุมใหม่ ขยับถอยห่างจอโทรทัศน์กันซักหน่อย หันหลังมามอง
แล้วพิจารณาใหม่ว่า ที่กำลังดูอยู่นี้ เรากำลังดูอะไร
เราดูโฆษณาที่แถมหนังอยู่หรือเปล่า เพราะเราไม่รู้ตัวเลยว่า
ต้องอดทนดูโฆษณาเห่ยๆที่นานกว่า 5นาที เพื่อที่เราจะได้ของแถมที่เราชอบ
สิ่งเหล่านี้สามารถพัฒนามุมมอง ความคิด ทัศนคติให้กว้างออกไปได้
แล้วจะได้เปรียบกว่าในเชิงความคิด
จริงอยู่เราไม่สามารถบิดสังคมได้ เช่นไม่สามารถยกเลิกรถเมล์ตีนผีได้
แต่เราก็มืสิทธิ์หันหลังให้สังคมที่ไม่ถูกต้องได้ กล่าวคือเราก็มีสิทธ์ไม่ใช้บริการได้เช่นกัน
ความปลอดภัยความสุขใจก็เกิดขึ้นกับเรา ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันที่ไม่ต้องมีใครมาหยิบยื่นให้
..การคิดที่ดี คือ คิดแล้วต้องทำ
แม้จะไม่เกิดผลในทันที แต่ก็ยังดีกว่าไม่คิดเพิ่มเติมอะไรๆให้กับชีวิตเลย
ลองมองมุมใหม่ซิว่า เราไม่ใช่เจ้าของเงิน แต่เราเป็นแค่ตัวผ่านการวิ่งของเงินเท่านั้น
เปิดดูในกระเป๋าก็จะเห็นว่า บ้างก็เก่ายับ บ้างก็ใหม่กริ๊บ รู้ได้เลยว่า แท้จริงกระเป๋าเป็นแค่
กระเป๋าไว้ใส่ธนบัตรเท่านั้น ดังนั้นต้องสร้างงานเสมือนเป็นทางร่องน้ำให้มากที่สุด
ทำตัวเป็นกระชอนแล้วช้อนเงินที่ลอยมากับร่องน้ำให้มากที่สุด
แม้จะไม่ง่ายแต่ก็ดีกว่าไม่คิดและพยายาม
การไม่มีหนี้สินคือภูมิคุ้มกันสุขภาพจิตได้ดีที่สุดในเวลานี้
..เพิ่มการระวัง และมองรอบด้านด้วยความสงสัยให้มากขึ้น
แต่ก็ไม่ถึงกับต้องระแวงนะครับ โลกวันนี้ย่อมเกิดจุดพลิกผันกับชีวิตได้ทุกวินาที
ถ้าเป็นจังหวะของมัน ( แน่นอนคุณอาจแย่ลงเพราะการไม่ระแวงได้เช่นกัน )
ดังนั้นต้องคิดเสมอว่า "อันตรายมักซ่อนอยู่ในความสบาย"
คงต้องลดหรือเลิกกับคำที่ว่า..
"ไม่เป็นไรน่า.."/"คิดว่า.."/"ช่างมันเถอะ.."
ประโยคเหล่านี้ล้วนเป็นแรงผลักให้ชิวิตเกิดการผิดพลาดได้ง่ายกว่าปรกติ
"ทุกย่างก้าว ถ้าไม่มั่นใจ อย่าตัดสินใจ " นี่เป็นคาถาอายุยืนที่ผู้ใหญ่ท่านได้เคยสอนไว้
ถึงเวลาแล้วที่ต้องเพิ่มพลังความฉลาดในตัวเองและครอบครัวแล้วเบ่งให้เกิดมิติใหม่ที่แข็งแรง
แล้วเมื่อนั้นท่านคือผู้ได้เปรียบในเชิงความคิดและการดำรงค์ชีวิต ขณะที่ทุกภาวะรอบตัวมันแย่ลง
อย่าให้ชีวิตต้องเข้าคำที่ว่า..เรื่องโง่ ฉลาดนัก แต่เรื่องฉลาด งั้ยโง่จัง..นะครับ ขาดทุนแย่เลย!!
+++++++++++++++++++++++++++++++++++
จงอย่าใช้คำว่าโง่สอนคำว่าฉลาด แต่คงใช้ความฉลาดบอกเล่าถึงความโง่

#1 By Lnw (124.120.183.191) on 2009-01-28 20:06