ลับ..ลวง..ฮา
posted on 02 Apr 2009 14:29 by genezzzจมูกแทบต้องปิดหายใจที่ละรู หูต้องปิดฟังทีละข้าง เพื่อต้องประหยัดอย่างสุด สุด..โธ่เวรของคนจน
พูดถึงเรื่องนี้ทำให้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งที่แล้ว หลายคนคงจำภาพ
ทหารกล้าที่เข้ามายืนในเมืองและกลายเป็นนายแบบ
ให้เด็กเล็กถ่ายรูปหรือยึนคู่ให้ประชาชนชูสองนิ้ว ซึ่งผมถือว่าเป็นการปฏิวัติที่กระจุ๋มกระจิ๋ม..
น่ารักกึ่งหน่อมแน้มที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา
แถวบ้านผมก็มีทหารกลุ่มหนึ่งยืนรักษาการด้วยเหมือนกัน ซึ่งชาวบ้านก็จะมีน้ำใจกับพวกเขาด้วยการซื้อขนม..
อาหารและเครื่องดื่มมิได้ขาด และก็ขอถ่ายรูปเช่นกัน ..มันทำยังกะไม่เคยเห็นทหาร
"ขอบคุณครับพ้ม"เป็นคำตอบที่ทหารหาญตอบชาวบ้านผู้มีน้ำใจ
แล้วก็ยืนหน้าตึงปราศจากรอยยิ้มแต่ก็ไม่ดุดัน..ต่อไป ( อ่าว ทำไมพูดเหน่อล่ะพ่อหนุ่ม -*- )
แต่บอกซะก่อนว่าสัญชาติญาณระวังภัยของพวกเขามีตลอดเวลา ผมเคยแอบเห็น
พวกเขาเมื่อปราศจากผู้คน อาหารขนมหรือเครื่องดื่มทุกชนิดที่ชาวบ้านมอบให้
ก่อนที่พวกเขาจะกิน ทุกครั้งจะต้องตักให้หมาแมวแถวนั้นกินก่อน
แล้วพวกเขาถึงจะกินกัน เพื่อเป็นการประกันว่าไม่สารพิษใดๆเจือปน
เช้าเดินไปทำงานก็ยืนอยู่ตรงนั้น เย็นกลับบ้านก็ยืนอยู่ตรงนั้น ดึกดื่นขนาดไหน
มนุษย์ตัวเขียวก็ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น
มันทำให้ผมทึ่งกึ่งสงสัยว่า ทหารไทยช่างเป็นผู้มีวินัยเคร่งครัดจริงๆ
หมอนั่นไม่ยอมขยับตัวไปไหนเกินรัศมีสิบก้าวเลย
มีบางครั้งก็แอบเห็นอริยาบทพักผ่อนของพวกเขา แต่ก็เพียงแค่มองตรงโน้นตรงนี้และดูรถที่วิ่งผ่านไปมาเท่านั้น
แต่ก็มิได้ขยับไปไหน ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น พอถึงเวลาออกเวรก็จะมีรถประจำการมารับกลับ
แล้วเช้าวันใหม่รถประจำการก็มาส่งในตำแหน่งเดิม
จำได้ว่าช่วงนั้นบางวันมีฝนตกหนัก ทหารไทยก็ยึนตากฝนอย่างไม่ยี่หระ และยืนอยู่ตรงนั้นกระทั่งฝนหาย
ยืนจนกระทั่งเสื้อผ้าที่เปียกแห้งสนิทเพราะแดดที่แผดเผา ด้วยอาการที่สงบนิ่งอย่างไม่หวั่น
ผมอดที่จะภูมิใจกับทหารไทยไม่ได้ว่าช่างแกร่งจริงๆ
แต่ก็ยังสงสัยอยู่ดีว่า ทำไมมันจะต้องยืนอยู่ตรงจุดนั้น ทั้งที่ขยับไปอีกมุมตึกก็จะเป็นร่มพอได้ผ่อนคลาย
ทำไมมันช่างซื่อสัตย์ซะเหลือเกิน
กระทั่งทนสงสัยไม่ไหว ขณะที่พวกเขากำลังอยู่ในอริยาบทสบายๆก็เดินเข้าไปชวนคุย
"ไอ้น้องยืนอยู่กับที่เมื่อยจะตายเดินเล่นบ้างก็ได้"พวกเขาตอบว่า"ไม่ได้ครับพ้ม"
"อ้าวทำไมล่ะ นายด่าเรอะ"
และด้วยคำตอบต่อไปนี้ผมจึงหายสงสัยทันใด หนึ่งในกลุ่มตอบผมว่า
"ไม่ใช่ครับพ้ม..แต่กลัวว่าเดินไปแล้วจะกลับมาที่เดิมไม่ถูกครับพ้ม..กลัวหลงครับพ้ม"แล้วก็ถามต่ออีกว่า
"ตรงนี้เขาเรียกว่าที่ไหนครับพ้ม"ผมก็ตอบไปว่า"อ้าวเอ็งไม่รู้จักหรอกเหรอ ตรงนี้เขาเรียกว่าบางกระบือ"
ทหารหนุ่มกล่าวต่อ"ขอบคุณครับพ้ม..บางกระบือที่เดียวกับสะพานควายใช่มั้ยครับพ้ม"
..เฮ้ยไม่ใช่มันคนละทิศกันเลยไอ้น้องเอ๋ย
เขากล่าวต่อไปอีกว่า"เพิ่งเคยเข้ากรุงเทพฯครั้งแรกในชีวิตครับพ้ม"
นึกในใจ..โอว..นี่มันลับ ลวง ฮา กระทั่งลูกน้องมันเองรึเนี่ย?!!
..............................................
ต้องบอกถึงาเหตุก่อนในฐานะที่พี่ก็เคยเป็นคนๆหนึ่งที่เคยเป็นคนในเครื่องแบบ
ทหารที่ประจำการในกรุงเทพส่วนใหญ่นั้นจะถูกเกณฑ์มาจากทางอีสานครับ
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะเห็นลายพรางส่วนใหญ่ใน กทม. พูดภาษาอีสาน
ตามปกติแล้วทหารเกณฑ์จะถูกส่งไปฝึกที่ค่ายต่างเมือง
เช่น อยุ่ กทม. ถูกส่งไป ลพบุรี
หรืออีสานส่งมา กทม. แบบนี้
( ยกเว้นในกรณีที่มีเส้นสายสักหน่อยก็พอดึงๆกัีนได้ )
ด้วยเหตุที่ว่ามาทั้งหมดจึงเป็นธรรมดาที่จะเห็นหทารอีสานใน กทม. ครับ
( เพื่อนร่วมกองร้อยชาวอีสานส่วนใหญ่ของผมนิสัยดีมากๆเลยนะครับ ยกนิ้วให้จริงๆ )
#1 By Sirius J. Logan on 2009-04-03 13:25