รับน้อง..ฉบับซาดิสม์
posted on 18 Jun 2009 22:38 by genezzz
รับน้อง..ฉบับซาดิสม์
ข่าวคราวที่จะไม่ค่อยดีนักสำหรับแวดวงการศึกษาที่บัดนี้กลายเป็นปัญหาประจำปีไปซะแล้ว
เพราะมันทวีความรุนแรงยกระดับซาดิสม์และถึงขั้นอันตรายต่อชีวิตอย่างกรณีโหม่งบกตายเมื่อที่ผ่านมา
เช่นกันกับปีนี้ที่เป็นข่าวเป็นคราวกันโครมคราม!
พิธี"รับน้อง"เริ่มมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่อยากรู้ แต่ที่รู้ๆก็คือเมื่อแต่เดิมย้อนไปซัก20-30ปีที่แล้ว
มันเป็นเพียงพิธีการแนะนำต้วต่อครูบาอารย์ที่นักศึกษารุ่นน้องต้องควรรู้จักว่า
ตัวเองจะต้องเรียนกับอาจารย์คนใดในวิชานั้นๆ และ"รุ่นพี่"จะช่วยดูแลเรื่องการศึกษาอย่างไร
ควรจะปรึกษาพี่คนไหนที่เก่งวิชาอะไร จากนั้นก็อาจจะมีการละเล่นเพื่อเป็นสีสันเรียกหัวเราะ
เพื่อความเป็นกันเอง นั่นเป็นความหมายในกุศโลบาย
ของความสามัคคี ซึ่งเกมส์ต่างๆที่นำมาเล่นนั้น โดยส่วนใหญ่ก็จะมาจากเกมส์ของภาควิชาลูกเสือนั่นและ
และที่สำคัญพิธี"รับน้องในยุคนั้น"จะไม่มีเหตุที่ส่อถึงความก้าวร้าวและกักฬระอย่างเด็ดขาด
แต่วันนี้"รับน้อง"เสมือนเป็นพิธีบูชายัญของลัทธิมนต์ดำอะไรซักอย่าง เป็นกิจกรรมที่นอกเหนือการควบคุม
ของสถาบัน จะสังเกตุการปัดบ่ายเบี่ยงอย่างน่าทุเรศของสถาบันนั้นๆเมื่อมีเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นมา
เช่น
"เออ..อันนี้พวกนักเรียนเค้าจัดกันเอง"..หรือ"เหตุเกิดนอกสถานที่ นอกเหนือการควบคุมของสถาบันครับ"
อะไรทำนองนี้ ซึ่งมันบ่งบอกถึงความเสื่อมของสำนึกรับผิดชอบในจรรยาชีพของคำว่า"ครู"
ที่พูดออกมาโดยปราศจาก
ความรู้สึกรับผิดชอบแต่อย่างใด(ใช่ซิ..คนเจ็บ คนตายไม่ใช่ลูกมึงเนี่ย..อุ้ยลืมตัวไปนิด)
ล่าสุดเป็น "รับน้อง"ที่ดูแล้วไม่ต่างอะไรกับการได้เข้าเป็นสมาชิก มาเฟีย ฟันน้ำนม และที่ฮามากก็คือ
เมื่อโทรทัศน์ช่องหนึ่งนำเด็กมานั่งทะเลาะกัน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเอาเด็กมานั่งประจานกันทำไม โดยมีผู้ใหญ่นั่งดู
และตอบคำถามซ้ำๆซากๆเหมือนซีดีผีที่มันกระตุกจนหาสาระไม่เจอ และที่แน่ๆไม่มีอาจารย์ภาควิชาสาขาที่มีปัญหา
ออกมาพูดแม้แต่คนเดียว น่าประณามไอ้พวกอาจารย์ใจเสาะปล่อยให้งานนี้ท่านฯรับเต็มๆแต่เพียงผู้เดียว555
สงสารแต่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่พยายามจะปกป้องสถาบันจนหน้าตาเหมือนเนยเหลว
รุ่นพี่อีกหลายคนที่ทำตัวราวกับเหมือนพ่อผู้ให้กำเนิดกับผู้ก่อเหตุกระทำ
"บอกพี่ซิครับน้องใครทำ พี่จะจัดการให้และจะรับผิดชอบทุกอย่าง" ซึ่งมันไม่ใช่ธุระของพี่เลย
และถ้าถามว่า ถ้าผู้กระทำก่อเหตุเป็นลูกครูคนใดคนหนึ่งที่ใหญ่โตในสถาบัน พี่จะจัดการยังไงจ๊ะ..
โธ่ไอ้น้อง เรียนหนังสือดีกว่ามั้ง!
สิ่งที่ควรประจานอย่างมากก็คืออาจารย์และสถาบันมากกว่า ซึ่งยังไง ๆ ก็ดีกว่าปิดไม่ใช่หรือ?
และการที่เกณ์รุ่นเก๋ารุ่นใหญ่ออกมาระดมแก้ปัญหา แล้วพูดถึงว่าในสมัยที่แกเรียนอยู่ไม่มีเรื่องเหล่านี้
ซึ่งฟังแล้วก็เชื่อว่า ในยุคนั้นเป็นจริงเพราะอารยะธรรมป่าเถื่อนในยุคนั้นยังไม่รุนแรงเหมือนวันนี้อย่างดีก็ตีๆต่อยๆ
เพราะสมัยลุงเค้าเรียก"นักเลง"แต่สมัยลูกหลานเค้าเรียก"ไอ้กุ๊ย"
สิ่งหนึ่งที่ชวนมองก็คือผู้หลักผู้ใหญ่ที่นั่งตำแหน่งการศึกษาดูจะไม่มีบทบาทนัก(มัวแต่ยุ่งเรื่องเรียนฟรีอยู่เน๊าะ)
ทำไมไม่ทำแบบไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ล่ะ พอรู้ว่านักเรียนเป็น2-3คน เอาน้ำฉีดล้างโรงเรียนให้เห็นกันจะ..จะ
เช่นกันถ้าเกิดกรณี รับน้องซาดิษม์เช่นนี้ สถาบันยินดีเปิดตัวต่อสื่อแล้วให้ฝ่ายปกครองทั้งทางกฏหมายและการศึกษา
เข้าล้างบาง(หลักการเดียวกับล้างคุกนั่นแหละ)ซึ่งน่าให้ผลภาพพจน์น่าชื่นชมมากกว่ามั้ง หรือ..
ดีกว่าที่จะให้เด็กๆออกมาแอ่นอกรับอยู่แถวหน้า แล้วบรรดาครูๆก็หลบซุกอยู่หลังเด็กอย่างน่าอดสูและบัดสี
หรือต้องรอให้เด็กผู้ถูกเผาขน....เป็นลูกผอ.คนใดคนหนึ่งซะก่อนแล้วค่อยดำเนินการหรือไง?
คำตอบ..มันเป็นเช่นนั้นแล!!!!
เมื่อโทรทัศน์ช่องหนึ่งนำเด็กมานั่งทะเลาะกัน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเอาเด็กมานั่งประจานกันทำไม โดยมีผู้ใหญ่นั่งดู
และตอบคำถามซ้ำๆซากๆเหมือนซีดีผีที่มันกระตุกจนหาสาระไม่เจอ และที่แน่ๆไม่มีอาจารย์ภาควิชาสาขาที่มีปัญหา
ออกมาพูดแม้แต่คนเดียว น่าประณามไอ้พวกอาจารย์ใจเสาะปล่อยให้งานนี้ท่านฯรับเต็มๆแต่เพียงผู้เดียว555
สงสารแต่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่พยายามจะปกป้องสถาบันจนหน้าตาเหมือนเนยเหลว
รุ่นพี่อีกหลายคนที่ทำตัวราวกับเหมือนพ่อผู้ให้กำเนิดกับผู้ก่อเหตุกระทำ
"บอกพี่ซิครับน้องใครทำ พี่จะจัดการให้และจะรับผิดชอบทุกอย่าง" ซึ่งมันไม่ใช่ธุระของพี่เลย
และถ้าถามว่า ถ้าผู้กระทำก่อเหตุเป็นลูกครูคนใดคนหนึ่งที่ใหญ่โตในสถาบัน พี่จะจัดการยังไงจ๊ะ..
โธ่ไอ้น้อง เรียนหนังสือดีกว่ามั้ง!
สิ่งที่ควรประจานอย่างมากก็คืออาจารย์และสถาบันมากกว่า ซึ่งยังไง ๆ ก็ดีกว่าปิดไม่ใช่หรือ?
และการที่เกณ์รุ่นเก๋ารุ่นใหญ่ออกมาระดมแก้ปัญหา แล้วพูดถึงว่าในสมัยที่แกเรียนอยู่ไม่มีเรื่องเหล่านี้
ซึ่งฟังแล้วก็เชื่อว่า ในยุคนั้นเป็นจริงเพราะอารยะธรรมป่าเถื่อนในยุคนั้นยังไม่รุนแรงเหมือนวันนี้อย่างดีก็ตีๆต่อยๆ
เพราะสมัยลุงเค้าเรียก"นักเลง"แต่สมัยลูกหลานเค้าเรียก"ไอ้กุ๊ย"
สิ่งหนึ่งที่ชวนมองก็คือผู้หลักผู้ใหญ่ที่นั่งตำแหน่งการศึกษาดูจะไม่มีบทบาทนัก(มัวแต่ยุ่งเรื่องเรียนฟรีอยู่เน๊าะ)
ทำไมไม่ทำแบบไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ล่ะ พอรู้ว่านักเรียนเป็น2-3คน เอาน้ำฉีดล้างโรงเรียนให้เห็นกันจะ..จะ
เช่นกันถ้าเกิดกรณี รับน้องซาดิษม์เช่นนี้ สถาบันยินดีเปิดตัวต่อสื่อแล้วให้ฝ่ายปกครองทั้งทางกฏหมายและการศึกษา
เข้าล้างบาง(หลักการเดียวกับล้างคุกนั่นแหละ)ซึ่งน่าให้ผลภาพพจน์น่าชื่นชมมากกว่ามั้ง หรือ..
ดีกว่าที่จะให้เด็กๆออกมาแอ่นอกรับอยู่แถวหน้า แล้วบรรดาครูๆก็หลบซุกอยู่หลังเด็กอย่างน่าอดสูและบัดสี
หรือต้องรอให้เด็กผู้ถูกเผาขน....เป็นลูกผอ.คนใดคนหนึ่งซะก่อนแล้วค่อยดำเนินการหรือไง?
คำตอบ..มันเป็นเช่นนั้นแล!!!!
เป็นปัญหาที่ไม่คิดจะแก้ไขกันจริงจังสักที
บางที่ปากก็บอกไม่มีๆ แต่ภายในรั้วนั่นน่ะ
ได้เคยไปแลไปมองบ้างมั้ย
สงสารน้องใหม่ ที่มอเหมือนกัน
รับน้องไม่โหดหรอก แต่โดนไอ้พวกรุ่นพี่
หาว่า 11รด ไปคำเดียว บอกว่าจะลาออกแ้ล้ว
พี่มันก็เลว น้องก็อ่อนแอเกินไป น่าจะเข้มแข็งกว่านี้
แล้วด่ามันกลับไปซะ กะอีแค่รุ่นพี่แก่กว่าไม่กี่ปี
ทำตัวเลวๆ ก็ไม่ควรค่าแก่การเคารพหรอก
เราก็อยุปี 4 เหมือนกัน แต่ความคิดมันต่างกัน
ถ้ารับน้องอยากรับแบบหนุกหนาน ให้น้องกับพี่มีความ
รู้สึกดีๆต่อกัน เลอะกันบ้างก็สนุกดี
ปอลิ่ง :: เอะ ..ทำไมชักจะโหดแหะ เรา
#1 By DorAanNe ::InDe on 2009-06-18 22:54