ไขัหวัดใหญ่..กับสิ่งที่เราอยากเห็น
posted on 10 Jul 2009 21:56 by genezzz in Thailand
ไขัหวัดใหญ่..กับสิ่งที่เราอยากเห็น
ก่อนอื่นต้องบอกกับสิ่งที่เราไม่อยากเห็นซะก่อน
เราไม่อยากเห็น...ทำให้เกิดคนป่วยและตายมากขึ้น
เราไม่อยากเห็น...มันพัฒนากลายเป็นโรคระบาดของประเทศ และ การปิดประเทศ
เราไม่อยากเห็น...แพทย์ที่ลืมพกจรรยาบรรณติดตัวมาด้วยการ มีอัตราค่าตรวจร่างกายที่สูง จนคนป่วยบอกว่า กูตายค่าใช้จ่ายถูกกว่า
เราไม่อยากเห็น...ทุกหน่วยงานของรัฐออกมาบอกอย่างหมดหวังว่า ประชาชนต้องดูแลตัวเอง
เราไม่อยากเห็น...ประชาชนถูกทอดทิ้งจากผู้บริหารประเทศ ด้วยการที่ออกมาบอกว่าแค่ "กินของร้อน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือบ่อย"
ต้องไม่ลืมว่า ไข้หวัดใหม่ (ผมเรียกเอง) มันเป็นภัยทางธรรมชาติที่มหันต์ภัย เป็นเหมือนถ่านก้อนร้อนที่เลวร้ายกว่าภัยทางเศรษฐกิจซะอีก
เรียกว่ามันเป็นภาวะด่วนจี๋ที่ต้องรีบเร่งแก้ เพราะมันเป็นโรคระบาดที่กำลังคลุ้งไปทั่วทั้งประเทศ
และความน่ากลัวก็คือ ผู้คนที่ล้มตายไปทีละคน..ทีละคน ..ทีละคน..และทีละหลายๆคน
และนี่คือสิ่งที่เราอยากเห็น..
เราอยากเห็น...การป้องปราบและป้องกันอย่างจริงจัง จนรู้สึกอุ่นใจได้
เราอยากเห็น...การกระทำที่บ่งบอกว่าประชาชนต้องมาก่อน
เราอยากเห็น...ผู้นำประเทศและผู้บริหารออกมากล่าวถึงการดำเนินการอย่างจริงจัง จนรู้สึกเชื่อมั่น
เราอยากเห็น..."สาธารณะสุข"ออกมามีบทบาทเป็นเจ้างานที่เป็นเรื่องเป็น สาระมากกว่าแค่บอกให้ประชาชนอยู่กับบ้าน งดสังคม กินของร้อน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือบ่อย
และหรือทำได้แค่ไล่ปิดสถาบันกวดวิชา..ปิดร้านเกมส์..ไหนๆแล้วก็น่าจะปิดห้าง..สนามมวย..สนามม้า..หรือสถานีขนส่งทุกที่ไปเลย..ดีม๊ะ!
เราอยากเห็น..."สาธารณะสุข"สั่งการไปยังทุกเขต..ผู้ว่าฯทุกจังหวัด.. หน่วยงานปกครองประเทศทั้งประเทศมีมาตรการ "ฉีดน้ำ" ล้างทั้งประเทศพร้อมกันทุกวัน
(ช่วงเวลาที่สมควร 1.00-5.00น.)ตลอดระยะเวลาที่ภาวะยังไม่ลดผ่อนลง ค่าใช้จ่ายคงไม่ถึง 8แสนล้าน ละมั้ง
เราอยากเห็น...การชำระชะล้างพื้นที่สกปรกโสโครกอย่างชัดเจนเช่น สนามหลวงยามวิกาล ตลาด สวนจตุจักร และอีกมากมายทั่วประเทศ จากหน่วยงานของผู้บริหารประเทศ
เราอยากเห็น...ทีมแพทย์หน่วยเคลื่อนที่เร็ว เข้าไปดูแลประชาชนในเขตชุมชนหรือเขตพื้นที่เสี่ยงอย่างจริงจังและจริงใจด้วยความสม่ำเสมอ
สร้างภาวะความอบอุ่นให้กับประชาชน ลูกเด็กเล็กแดง ซึ่งมันคือหน้าที่ของท่านไม่ใช่หรือ?
เราอยากเห็น...การตั้งจุดสกัดเส้นทางเดินทางพร้อมแพทย์ ตรวจรถที่ผ่านระหว่างจังหวัดพร้อมตรวจแจ้งแยกผู้ป่วย ทั่วทั้งประเทศ
รวมทั้งการตั้งล้อมพื้นที่สุ่มเสี่ยงการระบาดที่ชัดเจนเช่น ขณะนี้พี้นที่เขตนี้นี้มีผู้ป่วย
ระยะห่างเกินแค่นี้ ควรงดการสัญจรเพื่อให้หน่วยงานเข้าปฏิบัติ(โอ้โฮ..ต้องสอนขนาดนี้เชียวหรือ)
เราอยากเห็น....ทีมแพทย์ตั้งจุดตรวจทุกสนามบินทั่วประเทศและทุกสถานีขนส่ง อย่าลืม ประชาชนแค่เห็นหมอมันก็ชื่นใจแล้ว..พ่อคู๊ณ
เราอยากเห็น...นักวิชาการทางการแพทย์ออกมาบอกถึงความก้าวหน้าในการค้น คว้าป้องกัน เรียกว่าโชว์"กึ๋น"กันหน่อย หรือว่าท่านยังไม่ได้ทำอะไรเลย!
เราอยากเห็น...แพทย์ผู้เชี่ยวชาญออกมาแถลงรายวันมากกว่าเจ้ากระทรวงสาธารณะสุขหรือนักวิชาการ
เราอยากเห็น...การใช้เงินที่กู้มาได้เกี่ยวกับการแก้ไขเรื่องนี้บ้าง!!!!!!
และเราอยากเห็นมากที่สุด....ตั้งแต่ผู้นำบริหารประเทศไปตลอดจนถึงทุกกระทรวงทบวงกรมต้องหันมารุมเล่นเรื่องนี้อย่างเข้มงวด
เพราะมันเป็นเรื่องความเป็นความตายของประชาชนทั้งประเทศ (ตอนนี้ควรพักเรื่องตามล่าบ้าๆบอๆได้แล้ว)
..เดินบนเส้นทางการเมืองมานานกว่า 60 ปีแล้ว ลองทำเรื่องนี้ให้มันได้ดีซักเรื่อง...ซิเอ้า..
น่าคิด
เราเป็นนักศึกษาสาธารณสุข
จริงๆแล้ว
โรคนี้ มันเกี่ยวกับสุขอนามัยส่วนบุคคลมากๆ
ตัวเชื้อโรคอยู่ในอากาศได้ ประมาณ สอง ชั่วโมงมันก็ตาย
แล้ววิธีการป้องกัน
มันก็เกี่ยวกับสุขอนามัยส่วนบุคคล
คณะเรา ปิดเรียนไปก่อนเพื่อนเลย เพราะไข้หวัดระบาด
ปิดไปสัปดาห์นึง
พอเปิดมาอีกประมาณสัปดาห์นึง
เราก็เป็น
เลยย้อนมองดูตัวเอง
และธรรมชาติของโรค
ก่อนที่เราจะมีอาการ ไปประมาณ สาม-สี่วัน น่าจะเป็นระยะของการติดเชื้อ และฟักตัวของเชื้อ
ก็เพราะตัวเรา ตากฝน และเดินเข้าไปในห้าง คนเดินผ่านเราก็เยอะแยะ มีคนใส่หน้ากากด้วย แล้วเราเวลาเดินขึ้นบันไดเลื่อน หรือเดินขึ้นสะพานลอย อาจจะไปจับราวบันได หรือโอกาสติดเชื้อมันสูงอยู่ เพราะเราก้ไม่รู้ว่ามือเรานี่ ถ้าเราไปมาจับหน้าจับตา มันคงไม่เป็น แต่เราจับจมุก จำได้เลย ว่าน่าจะเป็นวินาทีนั้น(ด้วยความที่เรียนมา)ตอนเอามือเช็ดจมุกก็คิดอยู่ว่าเราจะไม่สบายได้นะ เพราะช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงการระบาด แต่ก้จับไปแล้ว มือก็ไม่ได้ล้าง หวัด2009
แต่ตอนนี้หายแล้ว
อืม..ในฐานะนักสาสุขตัวน่อย จะขอรับฟังและเก็บไปคิด
เผื่ออนาคตเราจะนำไปประยุกต์ใช้ได้ดียิ่งขึ้น
เพราะตอนนี้เราก็ป้องกันได้แค่ตัวเราเอง และเพื่อนๆสาสุข ครอบครัวเราเอง
คือว่า เราก้ยืนยันอย่างเดิม สุขอนามัยส่วนบุคคลสำคัญ
ที่เค้าบอกนั่นแหละ ว่า กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ ใครเป็นหวัดก็ใส่หน้ากากอนามัยซะ อย่างหลังคือคนที่เป็นแล้วควรทำให้เป้นวัฒนธรรมนึงไปเลย
แต่จะว่าไปผู้หญ่ายในบ้านเมือง..
พูดมากไม่ดี
ชอบคิดงี้
เฮ้อ
เราก็จะเรียนรู้จากเหตุการณ์นี้
สื่อก็สำคัญ
เน้นเรื่องอะไรไม่รู้มากไป
ทั้งๆที่มันมีวิธีการป้องกัน
#1 By porpang on 2009-07-10 22:18