วันเศร้าใจที่เมืองไทย
 
 สำหรับวันนี้ที่เมืองไทยดูจะมีแต่เรื่องเศร้าๆที่ทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่า

เอ๊ะ..นี่มันเหมือนกับกำลังเกิดสงครามโลกครั้งที่สามหรือเปล่า ?

ลองมาดูกันและคิดกันเล่นๆว่าเกิดอะไรขึ้นที่เป็นรูปธรรมกับเมืองไทยที่เคยเรียกว่า"แผ่นดินทอง"

....ข้าวยากหมากแพง จำได้ว่า ผู้ใหญ่ที่เคยเล่าให้ฟังหลังบรรยากาศสงครามโลกครั้งที่สอง

สมัยที่ท้องนาหลายพื้นที่ต้องโดนปูพรมด้วยระเบิดทางอากาศจนทุ่งข้าวต้องเสียหายในพริบตา

ในสมัยนั้น จะหาซื้อของก็ยากแม้แต่หมากของคุณยายก็ยังมีราคาที่แพง ซึ่งก็เช่นกันกับวันนี้ที่

หลังจากพ่อตัวเขียวยึดประชาธิปไตย นับแต่นั้นมาจนวันนี้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความฝืดเคือง

แม้แต่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังต้องหักแบ่งทีละครึ่งซอง ใส่น้ำเยอะๆและทิ้งไว้นานๆจะได้พองมากๆ

....โรคระบาดครอบคลุมไปทั้งประเทศ ซึ่งก็คงเหมือนสมัยก่อนที่คนโบราณมักเรียกว่า "โรคห่า

กินเมือง"  แต่ครั้งนั้นวิทยาการทางแพทย์ยังไม่ทันสมัยนัก ต่างจากสมัยนี้ที่เกิดไข้หวัด2009 ซึ่ง

มันมีต้นกำเนิดอีกซีกโลกแต่ข้ามฟากมาระบาดแพร่ในประเทศไทยที่อยู่อีกซีกโลก และกลายเป็น

ช่องทางทำกำไรกับการรักษา ...แม้แต่หน้ากากป้องกัน ท่านยังให้ต้องซื้อเองเล้ย.

....ประชาชนแตกแยก  ผู้ใหญ่เคยเล่าให้ฟังว่าหลังสงครามโลก ผู้คนต่างแย่งชิงดีชิงเด่นเพื่อ

ความอยู่รอด ก็เช่นกันกับวันนี้ที่คนไทยด้วยกันต่างต้องมองกันอย่างระแวงโดยไม่รู้สาเหตุ

เสื้อผ้ายี่ห้อดีราคาแพงยังต้องถูกทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย เพียงแค่ สีของเสื้อไม่ตรงกับอุดมการณ์

ของตัวเอง นี่ยังไม่รวมเรื่องราวของปลายขวานทองซึ่งไม่รู้ว่า ต่อไปขวานไทยจะมีด้ามหรือเปล่าน้า?

....การบริหารปกครองล้มเหลว ซึ่งคงไม่ต้องพร่ำอะไรมากกับประเด็นนี้เห็นจากจอทีวีและ

หน้าหนังสือพิมพ์ ก็ต้องรู้ด้วยตัวเองว่า ฝ่ายบริหารบ้านเมืองวันนี้ห่วงแต่สถานะการณ์ของตัวเอง
 
มากกว่าชะตาชีวิตของประชาชน นึกถึงคำพังเพยที่ว่า ทำดีได้ชั่วน่าสงสัย ทำชั่วได้ดีมีถมไป

ประมาณว่า"กรรมของมึง เวรของกู"

....เสืยแผ่นดิน  ทำไมไม่เห็นมีใครแสดงความรักชาติรักแผ่นดินอย่างชัดเจนกับการที่อยู่ดีๆ ที่

คมขวานก็ต้องถูกปริบิ่นไปกับการไปยุ่งกิจกรรมของเพื่อนบ้าน ซึ่งหนังสือประวัตศาสตร์ป.6

บทสถานที่สำคัญของโลกก็มีในตำราเรียนว่า มันเป็นสมบัติของเขามาหลายพันปีแล้ว แต่ความเสือก

ไม่เข้าท่า ทำให้แผ่นดินไทยต้องหายไปเป็นปลายนวมของเขาหลายพันตารางกิโลเมตร

หลายท่านที่เคยไปเที่ยวเขาพระวิหารคงจำได้ดีว่า บ้านเราบ้านเขาต่างเคยทำมาหากินร่วมกัน

อย่างฉันท์มิตร  แต่วันนี้แม้แต่ทางเข้าเรายังเข้าไม่ได้  ทำไมไม่มีใครนึกเสียดายเลยหรือ ?
 
ดังนั้นวันนี้ เมืองไทยจึงกลายเป็นประเทศที่ถูกดูหมิ่นจากสายตาคนต่างชาติ แม้ลึกๆทุกคนก็ยัง

บอกรักประเทศไทย ภูมิใจกับสิ่งที่คนไทยทั้งประเทศยึดมั่นด้วยความอัศจรรย์ใจยิ่งของพวกเขา
 
เพื่อนต่างชาติหลายคนเคยถามประโยคทำนองเดียวกันว่า พวกเขาสงสัยเหลือเกินกับระบบของ

คนไทย ที่คนหนึ่งผู้ถูกเรียกว่า" นักโทษ" แต่เขาผู้นั้นไปได้ทั่วทุกประเทศในโลก แถมยังได้รับการ

ต้อนรับอย่างดี..อีกต่างหาก และใครๆก็กวักมือเรียก อยากให้มาอยู่ประเทศของตน

ขณะที่ผู้เป็นผ่ายเรียกหรือ "ผู้ล่า" กลับกลายเป็นว่า ต้องร้องท้าเหย็งๆอยู่ในบ้าน เหมือนตนเองซะอีก

ที่เป็นผู้โดนกักบริเวณ จะไปไหนดูจะไม่ค่อยมีใครอยากต้อนรับเท่าใดนัก แม้แต่เพื่อนบ้านเรายัง

ไม่กล้าสบตาเขาเลย
 
เพื่อนต่างชาติหลายประเทศ เขาสงสัย บอกตรงๆว่า อาย อ๊าย อาย ....ใครก็ได้ช่วยตอบที..

โอ้..นี่มัน "กรรมของกู เวรของมึง" หรือ "กรรมของมึง เวรของกู" กันวะเนี่ย. I"M HERE.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

...อืม จริงแฮะ
เราจะทำอะไรได้บ้าง
ช่วย อะไรได้บ้าง
นอกจากทำตัวเป็นคนดีโดยการทำตามหน้าที่
เฮ้อ

#2 By porpang on 2009-09-01 23:34