ก่อนจะมาเป็นวันนี้..
posted on 21 Sep 2009 22:49 by genezzz in Thailand
ก่อนจะมาเป็นวันนี้..
เป็นความเข้าใจของคนไทยตัวเล็กๆที่ไม่ประสีประสากับเรื่องการเมืองนัก แต่พอจะเห็นได้ว่า..
ก่อนจะมาเป็นวันนี้ วันที่พี่น้องคนไทยในแผ่นดินเดียวกันต้องแยกแตกกันทางความคิด
ลองมาย้อนดูวันก่อนในอดีตกันซักนิดเถอะ
ย้อนกลับไปเมื่อ2530 ซึ่งเป็นยุครัฐบาลของนายก ชาติชาย ชุณหะวัณ ผู้สร้างมิติใหม่
ให้กับคนไทยโดยเปลี่ยนสนามรบมาเป็นสนามการค้า ตังนั้นเขตชายแดนต่างๆ จึงเปลี่ยนจากการรบ
มาเป็นธุรกิจการค้าอย่างมากมาย พี่น้องชายแดนร่วมรักร่วมหอกันอย่างมีความสุข
ทหารหนุ่มลาวรักสาวไทย ทหารไทยมีสายใยรักกับสาวเขมรมีลูกมีหลานกัยให้ยั้วเยี้ย
หน้าที่ถมืงตึงก็กลายมาเป็นรอยยิ้มที่ผาสุข
รวมไปถึงนักธุรกิจจากต่างชาติเริ่มสนใจและเข้ามาลงทุนมากหน้าหลายตา
สิ่งที่ตามก็คือเกิดธุรกิจการค้าขายที่ดินอย่างมากมาย ทำให้เกิดเศรษฐีหน้าใหม่ไปทั่วบ้านทั่วเมือง
โดยเฉพาะที่จังหวัด นครราชสีมา ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของท่าน"น้าชาติ" จำได้ว่า พื้นที่ทุกตารางนิ้วล้วนมีราคา
จากไร่มันธรรมดาก็กลายเป็นที่ดินจัดสรรไปทั่ว เรียกว่า ทุกครัวเรือนล้วนเป็นนายหน้าขายที่ดินเกือบทั้งหมด
บริษัทฯจัดสรรที่ดิน โครงการหมู่บ้านต่างๆเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด แม้แต่คนขับสามล้อถีบ ยังมีโฉนดที่ดินมากกว่า
50 ไร่ไว้ขายสำหรับใครที่ต้องการ สรุปวันนั้นของเมืองไทยหากินง่าย การเงินสะดวก
ทำให้ประชาชนต่างหน้าชื่นตาบานไปทั่วทั้งประเทศ
ยังจำคำพูดท่านได้ดีที่ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า....
"ผมทำให้ทุกคนหาเงินง่าย แต่ไม่ใช่ให้ใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย หาได้ก็ต้องเก็บ เพราะไม่รู้ว่า
วันข้างหน้าจะลำบากหรือเปล่า"
แต่ดูจะไม่ค่อยมีใครสนใจกับคำเตือนของท่านเท่าใดนัก เพราะทุกคนกำลังสนุกกับงานใช้เงิน
แต่ไม่มีใครเอะใจเลยแม้แต่น้อยว่า สิ่งที่เกิดนั้นกำลังถูกจ้องมองด้วยสายตาที่น่ากลัวจากเงามืดทมึนอยู่
และแล้วในปี 2535 ท่าน"น้าชาติ" ก็ถุกปฏิวัติ !
โดยมนุษย์สีเขียวที่เรียกตัวเองว่า ร.ส.ช. ที่คาดว่ารับงานมาจากใครซักคน ผู้ซึ่งคิดว่าตนกำลังอ่อนแอ
และเหล่าบริวารกำลังทำตนออกห่าง และผลของการปฏิวัตินี้เอง
ทำให้ทุกอย่างกำลังไปได้ดีก็ล้มครืนในบัดดล เล่นเอาผู้คนระส่ำระสาย ไอ้ที่วางโครงการมากมายก็กลายเป็น
ลูกหนี้ในพริบตาเดียว
แต่! วันนั้นประชาชนก็ยังรักกันและมุ่งมั่นที่จะขับไล่ระบบอำนาจปฏิวัติ ด้วยกัน
จนทำให้เกิดการปะทะและล้มตายเป็นจำนวนมากบนถนนเส้นราชดำเนิน อีกครั้ง
โดยการนำของชายร่างเล็กชื่อว่า จำลอง ศรีเมือง เขาผู้ซึ่งนำประชาชนนับเรือนแสนเรียกร้องประชาธิปไตย
กลับคืน ซึ่งจากนั้นเขาได้รับความนิยมจากผู้คนเป็นจำนวนมาก ในเวลาต่อมา
กระทั่งเหตุการณ์ทุกอย่างสงบลงด้วยพระบารมีจาก"พ่อแห่งแผ่นดิน" ทำให้คณะปฏิวัติยอมคืนอำนาจให้กับ
ปวงชนชาวไทย
ตรงนี้เองที่ทำให้ชายที่ชื่อ จำลอง ศรีเมือง กลายเป็น ฮีโร่ ของคนไทย ทำอะไรก็ดูดีไปหมด
ตั้งพรรคการเมืองก็ได้รับความนิยม ลงสมัครผู้ว่าฯ ก.ท.ม.ก็ได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลาม
(จึงเป็นที่มาของตำรวจเทศกิจที่เป็นหนามยอกอกกับแม่ค้าพ่อค้าจนทุกวันนี้)
แน่นอนเมื่อชื่อเสียงดังขนาดนั้น เป้าหมายก็น่าจะเป็นความหวังในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศ
แต่สิ่งที่ยังขาดแคลนสำหรับเขาขณะนั้นก็คือ กำลังทรัพย์ เพราะการจะเอื้อมมือคว้าดวงดาวให้ได้นั้น
จะต้องฝ่าคลื่นลูกอุกาบาศทางการเมืองที่มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ ซึ่งก็แก่และเก่าสมชื่อ
ไม่มีอะไรในสมองที่ใหม่เลยแม้แต่ทุกวันนี้ และ"สายตาทมิฬ"ที่ยังจับจ้องอยู่ในมุมมืดตึ๊ดตื๋อ
อย่ากระนั้นเลย ท่านจะต้องหาทุนมาสู้บนถนนการเมืองให้ได้ จึงชักชวนอภิมหาเศรษฐีหนุ่มนักธุรกิจผู้หนึ่ง
เข้ามาร่วม โดยหวังเป็นฐานทางการเงิน และภาพลักษณ์ตัวเองที่โอ่อ่า
ด้วยจากตนเองมีภาพการเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ซึ่ง.. เป็นที่ชื่นชมอยู่แล้ว
ทำให้เศรษฐีนักธุรกิจหนุ่มผู้นั้นตอบรับด้วยความยินดี
และคนไทยก็ได้รู้จักผู้ชายที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร นับแต่นั้นมา
แต่เมื่อเข้ามาร่วมงานด้วยแล้ว จากความที่เป็นนักธุรกิจ และเป็นผู้มีโลกทัศน์อันกว้างไกลนี้เอง
ที่ทำให้มองเห็นว่า บนความเป็นจริงที่เป็นสากลโลก กับความคิดของคนชื่อ จำลอง นั้นดูจะไม่สอดคล้องกับ
แนวความคิดเท่าไหร่ พูดง่ายๆก็คือ ความคิดรุ่นใหม่กับคนสมัย โคมันยอง (เปลี่ยน ขาหน้ามาเป็นมือรุ่นแรก)
ดูจะลำบากกับการเดินทางการเมือง
และอีกนัยหนึ่ง แท้ที่จริง ท่าน"มหาฯ"ก็ยังคงมีเชื้อสายพันธ์ที่บรรลุแก่อำนาจฝังอยู่ในจิตสำนึกอยู่
อันด้วยจะสร้างเจตนาแข่งบารมีกับใครซักคนหรือเปล่า..?....มิอาจทราบได้
ดังนั้น คนชื่อ ทักษิณ จึงแยกตัวออกมาเป็นตัวของตัวเอง ประมาณว่า ฟันจ๋า เหงือกลาก่อน
และด้วยจิตสำนึกที่อยากสร้างบ้านเมือง บวกกับสัญชาติของความเป็นนักธุรกิจด้วยทํศนกว้างไกล
ผู้ชายชื่อ ทักษิณ จึงทำอะไรทำจริง ไม่กลัวกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง มีฐานกำลังพุ่งตัวแรงที่ทั่วโลกยอมรับ
และด้วยระยะเวลาอันรวดเร็วก็สามารถผลักประเทศไทยให้ปูดนูนบนแผนที่โลก ซึ่งกลายเป็นที่หมายตา
ของทั่วโลก ผลทำให้ชีวิตของผู้คนชาวไทยแจ้งเกิดและกลับมามีความผาสุขทุกครัวเรือนกันอีกครั้ง
เป็นแค้นหนักอกยิ่งนักแก่ท่าน"มหาฯ"ผู้นำพาเข้าตำรา ให้เป็นแม่สื่อแม่ชัก ดันเสือกรักซะเอง อะไรแนวนั้น
ย้อนไปถึงคนชื่อ ทักษิณ ผู้กำลังสนุกกับการทำงานโดยไม่แลหลังเลยว่า ท่านก็กำลังโดนจับตามองจาก
"สายตาทมิฬ" เช่นเดียวกับท่าน ชาติชาย เมื่อในอดีต
รวมไปถึงเหล่าทุจริตชนผู้ซึ่งกำลังจะถูกสลาย และยังรวมไปถึงสายตาของพรรคการเมืองเก่าแก่ผู้ต้องกำลัง
กลายเป็นผู้แพ้ตลอดกาลนั้นเอง จึงทำให้ผู้คนเหล่านี้รวมตัวร่วมพลังเบ่งความชั่วร้ายให้สำแดงเดชอีกครั้ง
และครั้งนี้ ท่าน"มหาฯ" เปลี่ยนทีท่าร่วมด้วยเพราะ ความแค้นนนนน..ใจนั่นเอง
จึงทำให้เกิดการปฏิวัติขึ้นอีกครั้งในคืนวันที่ 19 กันยายน 2549 !!!
โดยมนุษย์ตัวเขียวที่เรียกตัวเองว่า"ค.ม.ช."เช่นกัน
ซึ่งผลก็คือความผาสุขของประชาชนก็พังครืนเช่นดังเกิดขึ้นสมัย "น้าชาติ"
เมื่อถึงตรงนี้จะสังเกตุได้ว่า สาเหตุแห่งการปฏิวัติเมื่อปี 2535 กับ 2549 เป็นสาเหตุเดียวกันก็คือ"อิจฉา"
แต่สิ่งที่ต่างกันก็คือ เมื่อครั้งสมัย"น้าชาติ"ท่านเป้นแค่นักบริหารนักการเมืองเพียงเท่านั้น แต่ท่านไม่ได้เป็นนักธุรกิจ
จึงไม่มีผลกระทบกับความรู้สึกของธุรกิจทั่วโลก ซึ่งพวกเขาต่างเห็นว่าเป็นเรื่องภายในประเทศ ทั้งยังขณะนั้น
วิทยาการเทคโนโลยี่ก็ยังไม่ทันสมัย ทำให้คนไทยไม่สามารถรับรู้กว้างไกล จึงใช้ชีวิตเหมือนโดน
ผูกตา อ้าปากรอน้ำค้างเท่านั้น
แต่ทว่าวันนี้ ผู้ที่ชื่อ ทักษิณ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่นักบริหารประเทศเท่านนั้น แต่ยังเป็นนักธุรกิจระดับสากล
ที่ทั่วโลกรู้จักและให้การยอมรับในความชาญฉลาดปราชเปรื่อง ซึ่งใครๆก็อยากได้ผู้ชายคนนี้มาร่วมงานด้วย
อีกทั้งด้านเทคโนโลยี่วันนี้ เต็มไปด้วยความทันสมัยกว้างไกลและไวต่อเหตุกาณ์ ทำให้คนไทยวันนี้รับรู้เรื่อง
ราวมากมายพอที่จะชั่งใจคิดได้เองว่า "อะไรถูกและอะไรผิด"
และนี่แหละคือข้อแตกต่างที่ซึ่งสมัย น้าชาติ ไม่มี
ดังนั้นวันนี้ วันที่ประชนคนไทยไม่ยอมแล้วสำหรับใครก็ตามที่จะแย่งประชาธิปไยไปจากหัวใจของพวกเขา....
ก่อนจะมาเป็นวันนี้ วันที่พี่น้องคนไทยในแผ่นดินเดียวกันต้องแยกแตกกันทางความคิด
ลองมาย้อนดูวันก่อนในอดีตกันซักนิดเถอะ
ย้อนกลับไปเมื่อ2530 ซึ่งเป็นยุครัฐบาลของนายก ชาติชาย ชุณหะวัณ ผู้สร้างมิติใหม่
ให้กับคนไทยโดยเปลี่ยนสนามรบมาเป็นสนามการค้า ตังนั้นเขตชายแดนต่างๆ จึงเปลี่ยนจากการรบ
มาเป็นธุรกิจการค้าอย่างมากมาย พี่น้องชายแดนร่วมรักร่วมหอกันอย่างมีความสุข
ทหารหนุ่มลาวรักสาวไทย ทหารไทยมีสายใยรักกับสาวเขมรมีลูกมีหลานกัยให้ยั้วเยี้ย
หน้าที่ถมืงตึงก็กลายมาเป็นรอยยิ้มที่ผาสุข
รวมไปถึงนักธุรกิจจากต่างชาติเริ่มสนใจและเข้ามาลงทุนมากหน้าหลายตา
สิ่งที่ตามก็คือเกิดธุรกิจการค้าขายที่ดินอย่างมากมาย ทำให้เกิดเศรษฐีหน้าใหม่ไปทั่วบ้านทั่วเมือง
โดยเฉพาะที่จังหวัด นครราชสีมา ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของท่าน"น้าชาติ" จำได้ว่า พื้นที่ทุกตารางนิ้วล้วนมีราคา
จากไร่มันธรรมดาก็กลายเป็นที่ดินจัดสรรไปทั่ว เรียกว่า ทุกครัวเรือนล้วนเป็นนายหน้าขายที่ดินเกือบทั้งหมด
บริษัทฯจัดสรรที่ดิน โครงการหมู่บ้านต่างๆเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด แม้แต่คนขับสามล้อถีบ ยังมีโฉนดที่ดินมากกว่า
50 ไร่ไว้ขายสำหรับใครที่ต้องการ สรุปวันนั้นของเมืองไทยหากินง่าย การเงินสะดวก
ทำให้ประชาชนต่างหน้าชื่นตาบานไปทั่วทั้งประเทศ
ยังจำคำพูดท่านได้ดีที่ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า....
"ผมทำให้ทุกคนหาเงินง่าย แต่ไม่ใช่ให้ใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย หาได้ก็ต้องเก็บ เพราะไม่รู้ว่า
วันข้างหน้าจะลำบากหรือเปล่า"
แต่ดูจะไม่ค่อยมีใครสนใจกับคำเตือนของท่านเท่าใดนัก เพราะทุกคนกำลังสนุกกับงานใช้เงิน
แต่ไม่มีใครเอะใจเลยแม้แต่น้อยว่า สิ่งที่เกิดนั้นกำลังถูกจ้องมองด้วยสายตาที่น่ากลัวจากเงามืดทมึนอยู่
และแล้วในปี 2535 ท่าน"น้าชาติ" ก็ถุกปฏิวัติ !
โดยมนุษย์สีเขียวที่เรียกตัวเองว่า ร.ส.ช. ที่คาดว่ารับงานมาจากใครซักคน ผู้ซึ่งคิดว่าตนกำลังอ่อนแอ
และเหล่าบริวารกำลังทำตนออกห่าง และผลของการปฏิวัตินี้เอง
ทำให้ทุกอย่างกำลังไปได้ดีก็ล้มครืนในบัดดล เล่นเอาผู้คนระส่ำระสาย ไอ้ที่วางโครงการมากมายก็กลายเป็น
ลูกหนี้ในพริบตาเดียว
แต่! วันนั้นประชาชนก็ยังรักกันและมุ่งมั่นที่จะขับไล่ระบบอำนาจปฏิวัติ ด้วยกัน
จนทำให้เกิดการปะทะและล้มตายเป็นจำนวนมากบนถนนเส้นราชดำเนิน อีกครั้ง
โดยการนำของชายร่างเล็กชื่อว่า จำลอง ศรีเมือง เขาผู้ซึ่งนำประชาชนนับเรือนแสนเรียกร้องประชาธิปไตย
กลับคืน ซึ่งจากนั้นเขาได้รับความนิยมจากผู้คนเป็นจำนวนมาก ในเวลาต่อมา
กระทั่งเหตุการณ์ทุกอย่างสงบลงด้วยพระบารมีจาก"พ่อแห่งแผ่นดิน" ทำให้คณะปฏิวัติยอมคืนอำนาจให้กับ
ปวงชนชาวไทย
ตรงนี้เองที่ทำให้ชายที่ชื่อ จำลอง ศรีเมือง กลายเป็น ฮีโร่ ของคนไทย ทำอะไรก็ดูดีไปหมด
ตั้งพรรคการเมืองก็ได้รับความนิยม ลงสมัครผู้ว่าฯ ก.ท.ม.ก็ได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลาม
(จึงเป็นที่มาของตำรวจเทศกิจที่เป็นหนามยอกอกกับแม่ค้าพ่อค้าจนทุกวันนี้)
แน่นอนเมื่อชื่อเสียงดังขนาดนั้น เป้าหมายก็น่าจะเป็นความหวังในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศ
แต่สิ่งที่ยังขาดแคลนสำหรับเขาขณะนั้นก็คือ กำลังทรัพย์ เพราะการจะเอื้อมมือคว้าดวงดาวให้ได้นั้น
จะต้องฝ่าคลื่นลูกอุกาบาศทางการเมืองที่มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ ซึ่งก็แก่และเก่าสมชื่อ
ไม่มีอะไรในสมองที่ใหม่เลยแม้แต่ทุกวันนี้ และ"สายตาทมิฬ"ที่ยังจับจ้องอยู่ในมุมมืดตึ๊ดตื๋อ
อย่ากระนั้นเลย ท่านจะต้องหาทุนมาสู้บนถนนการเมืองให้ได้ จึงชักชวนอภิมหาเศรษฐีหนุ่มนักธุรกิจผู้หนึ่ง
เข้ามาร่วม โดยหวังเป็นฐานทางการเงิน และภาพลักษณ์ตัวเองที่โอ่อ่า
ด้วยจากตนเองมีภาพการเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ซึ่ง.. เป็นที่ชื่นชมอยู่แล้ว
ทำให้เศรษฐีนักธุรกิจหนุ่มผู้นั้นตอบรับด้วยความยินดี
และคนไทยก็ได้รู้จักผู้ชายที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร นับแต่นั้นมา
แต่เมื่อเข้ามาร่วมงานด้วยแล้ว จากความที่เป็นนักธุรกิจ และเป็นผู้มีโลกทัศน์อันกว้างไกลนี้เอง
ที่ทำให้มองเห็นว่า บนความเป็นจริงที่เป็นสากลโลก กับความคิดของคนชื่อ จำลอง นั้นดูจะไม่สอดคล้องกับ
แนวความคิดเท่าไหร่ พูดง่ายๆก็คือ ความคิดรุ่นใหม่กับคนสมัย โคมันยอง (เปลี่ยน ขาหน้ามาเป็นมือรุ่นแรก)
ดูจะลำบากกับการเดินทางการเมือง
และอีกนัยหนึ่ง แท้ที่จริง ท่าน"มหาฯ"ก็ยังคงมีเชื้อสายพันธ์ที่บรรลุแก่อำนาจฝังอยู่ในจิตสำนึกอยู่
อันด้วยจะสร้างเจตนาแข่งบารมีกับใครซักคนหรือเปล่า..?....มิอาจทราบได้
ดังนั้น คนชื่อ ทักษิณ จึงแยกตัวออกมาเป็นตัวของตัวเอง ประมาณว่า ฟันจ๋า เหงือกลาก่อน
และด้วยจิตสำนึกที่อยากสร้างบ้านเมือง บวกกับสัญชาติของความเป็นนักธุรกิจด้วยทํศนกว้างไกล
ผู้ชายชื่อ ทักษิณ จึงทำอะไรทำจริง ไม่กลัวกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง มีฐานกำลังพุ่งตัวแรงที่ทั่วโลกยอมรับ
และด้วยระยะเวลาอันรวดเร็วก็สามารถผลักประเทศไทยให้ปูดนูนบนแผนที่โลก ซึ่งกลายเป็นที่หมายตา
ของทั่วโลก ผลทำให้ชีวิตของผู้คนชาวไทยแจ้งเกิดและกลับมามีความผาสุขทุกครัวเรือนกันอีกครั้ง
เป็นแค้นหนักอกยิ่งนักแก่ท่าน"มหาฯ"ผู้นำพาเข้าตำรา ให้เป็นแม่สื่อแม่ชัก ดันเสือกรักซะเอง อะไรแนวนั้น
ย้อนไปถึงคนชื่อ ทักษิณ ผู้กำลังสนุกกับการทำงานโดยไม่แลหลังเลยว่า ท่านก็กำลังโดนจับตามองจาก
"สายตาทมิฬ" เช่นเดียวกับท่าน ชาติชาย เมื่อในอดีต
รวมไปถึงเหล่าทุจริตชนผู้ซึ่งกำลังจะถูกสลาย และยังรวมไปถึงสายตาของพรรคการเมืองเก่าแก่ผู้ต้องกำลัง
กลายเป็นผู้แพ้ตลอดกาลนั้นเอง จึงทำให้ผู้คนเหล่านี้รวมตัวร่วมพลังเบ่งความชั่วร้ายให้สำแดงเดชอีกครั้ง
และครั้งนี้ ท่าน"มหาฯ" เปลี่ยนทีท่าร่วมด้วยเพราะ ความแค้นนนนน..ใจนั่นเอง
จึงทำให้เกิดการปฏิวัติขึ้นอีกครั้งในคืนวันที่ 19 กันยายน 2549 !!!
โดยมนุษย์ตัวเขียวที่เรียกตัวเองว่า"ค.ม.ช."เช่นกัน
ซึ่งผลก็คือความผาสุขของประชาชนก็พังครืนเช่นดังเกิดขึ้นสมัย "น้าชาติ"
เมื่อถึงตรงนี้จะสังเกตุได้ว่า สาเหตุแห่งการปฏิวัติเมื่อปี 2535 กับ 2549 เป็นสาเหตุเดียวกันก็คือ"อิจฉา"
แต่สิ่งที่ต่างกันก็คือ เมื่อครั้งสมัย"น้าชาติ"ท่านเป้นแค่นักบริหารนักการเมืองเพียงเท่านั้น แต่ท่านไม่ได้เป็นนักธุรกิจ
จึงไม่มีผลกระทบกับความรู้สึกของธุรกิจทั่วโลก ซึ่งพวกเขาต่างเห็นว่าเป็นเรื่องภายในประเทศ ทั้งยังขณะนั้น
วิทยาการเทคโนโลยี่ก็ยังไม่ทันสมัย ทำให้คนไทยไม่สามารถรับรู้กว้างไกล จึงใช้ชีวิตเหมือนโดน
ผูกตา อ้าปากรอน้ำค้างเท่านั้น
แต่ทว่าวันนี้ ผู้ที่ชื่อ ทักษิณ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่นักบริหารประเทศเท่านนั้น แต่ยังเป็นนักธุรกิจระดับสากล
ที่ทั่วโลกรู้จักและให้การยอมรับในความชาญฉลาดปราชเปรื่อง ซึ่งใครๆก็อยากได้ผู้ชายคนนี้มาร่วมงานด้วย
อีกทั้งด้านเทคโนโลยี่วันนี้ เต็มไปด้วยความทันสมัยกว้างไกลและไวต่อเหตุกาณ์ ทำให้คนไทยวันนี้รับรู้เรื่อง
ราวมากมายพอที่จะชั่งใจคิดได้เองว่า "อะไรถูกและอะไรผิด"
และนี่แหละคือข้อแตกต่างที่ซึ่งสมัย น้าชาติ ไม่มี
ดังนั้นวันนี้ วันที่ประชนคนไทยไม่ยอมแล้วสำหรับใครก็ตามที่จะแย่งประชาธิปไยไปจากหัวใจของพวกเขา....
ใครโกงใคร ใครหลอกใครไมีมีใครรู้ได้เท่าใจตัวเอง แต่ที่รู้ชัดเจนก็คือ ..
จะอดตายห่ากันหมดแล้วครับประเทศไทย.
..........................................................................
#1 By Y(★ω≦)U on 2009-09-22 11:28