แท็กซี่เมืองไทย...
posted on 14 Nov 2009 14:14 by genezzz in Thailand
แท็กซี่เมืองไทย...
แท็กซี่คือคนรู้จักชั่วคราวบนเส้นทางจราจร ผู้ซึ่งเป็นเพื่อนช่วงสั้นๆมากมายหลายแบบ
ที่เราต้องร่วมเดินทางด้วย ซึ่งก็บ่อยครั้งที่เราร่วมทางด้วยไม่ได้
...โชเฟ่อร์ใจดี นับว่าเป็นโชคดีของผู้โดยสารสำหรับการเดินทางครั้งนั้น
..โชเฟ่อร์ติดยั๊วะ ผู้โดยสารจะรู้สึกเหมือนอยู่ในหนังประเภทตามล่าหา เฉินหลง เมื่อเขาพยายามจะ
แซงเอาคืนกับคันหน้าที่ปาดหน้าเฉือนเหลี่ยมไปเมื่อกี้นี้ "โอว..น้า ให้ผมลงก่อนได้มั้ย หัวใจจะวายยยย"
...โชเฟ่อร์ติดเต๊ะ ผู้โดยสารจะรู้สึกทันทีว่า นี่เรากำลังขอโดยสารรถพี่เค้านะ จะนั่งจะคุยต้องสงบเสงี่ยม
"นั่งเฉยๆเถอะ จะรู้ดีกว่าแท็กซี่ได้ไง"...น่าน..มันทำเสียงดุ แค่จะบอกซอยเข้าบ้านแค่นั้นน่ะ
...โชเฟ่อร์ติดรัก ขณะที่เรานั่งเป็นผู้โดยสาร จะได้ยินคำหวานกับเสียงเซ็กซี่ที่พูดใส่โทรศัพย์ไปตลอดทาง
จนเราเองต้องบอกเลี้ยวซ้ายขวาเมื่อถึงจุดหมายปลายด้วยเสียงค่อยๆ แบบว่าเกรงใจน่ะ
เพราะเขาและเธอปลายสายกำลังเซ็กซ์โฟนด้วยภาษารัก..หวานชื่นกันซะจริ้ง
...โชเฟ่อร์ติดหล่อ ติดไฟแดงไม่ได้ เป็นต้องยื่นหน้าบีบสิวกับกระจกมองหลังทุกครั้งไป แถมมีแหนบถอนหนวด
และหวีปรับแต่งทรงผม เอียงหน้าเล่นกับกระจก จนรถคนหลังต้องบีบแตรไล่ หรือต้องเตือน "ไปเถอะพี่"
...โชเฟ่อร์ติดคุย เป็นอันว่าเขาจะเป็นคู่สนทนากับผู้โดยสารไปตลอดทาง ส่วนใหญ่กลุ่มนี้จะเกี่ยวข้องกับ
เรื่องการเมือง ถ้าถูกคอคุยกันออกรสชาติแล้วล่ะก็ ค่าโดยสารอาจจะต่ำกว่าตัวเลขบนมิเตอร์ด้วยซ้ำ
แต่ถึงปลายทางแล้วเราอาจต้องนั่งคุยต่อกันนานกว่า5นาที..กว่าจะได้ลงจากรถ
...โชเฟ่อร์นักเพลง เราจะรู้สึกรำคาญมากที่มือข้างซ้ายของเขา จะหมุนหาคลื่นตลอดเวลา จนเรารู้สึกว่า
เขาน่าจะเป๋นดี.เจ.มากกว่า มาขับรถเน๊าะ
...โชเฟ่อร์นักธุรกิจ ขณะที่เรานั่งร่วมเดินทาง เสียงโทรศัพท์จะดังไม่ขาดสาย แล้วเขาก็จะพูดประโยคเกรงใจ
ทุกครั้งว่า"เฮ้ย..มีผู้โดยสารอยู่ เอ้าตกลงมีอะไรว่ามา.."ครั้งแล้วครั้งเล่า แล้ว..คุณมึงจะบอกทำม้ายยย
...โชเฟ่อร์อนามัย รถติดรถหยุดไม่ได้ ต้องคว้าผ้าขนหนูขึ้นมาเช็ดขัดพวงมาลัย ปัดฝุ่นเบาะ(ทั้งที่มันปิดกระจก)
แถมมีน้ำยาขัดถูคอนโซลหน้ารถ บางครั้งมีลงไปเช็ดกระจกหน้ารถ ขณะที่รถคันหน้าห่างไปหลายวาแล้ว
...โชเฟ่อร์นักเลง เขาจะสร้างความอุ่นใจให้กับผู้โดยสารได้อย่างน่าสยองขวัญ "เพ่ ไม่ต้องไปกลัวมัน
ไอ้พวกรถเก๋ง เดี่ยวถ้ามันซ่า คว้าข้างหลังได้เลย"แล้วเราก็เอื้อมมีอไปคลำด้านหลังเบาะนั่ง
โอ้โฮ ไม้เบสบอลอันเบ้อเริ่ม ก็ได้แต่พยักหน้า อีอ อีอ
"ไม่ต้องห่วง อันนั้นของพี่ ของผมมีอีดาบอยู่หน้ารถแล้ว" หมอคงไม่รู้หรอกว่าไอ้พวกรถเก๋งน่ะ
ส่วนใหญ่มันใช้ปืนกันนะ ก็ได้แต่ภาวนาในใจ ให้ถึงจุดหมายโดยเร็ว ก่อนที่อะไรมันจะเลวร้ายไปกว่านี้
...โชเฟ่อร์นักซิ่ง มันส์มาก..ประหนึ่งเรากำลังเป็น เนวิเกเต้อร์(navigator)ไปด้วย
โดยใช้ถนนในกทม.เป็นสนามแข่ง ติดไฟแดงเป็นต้องเร่งเครื่องแรง ประมาณว่าร้องท้าใครจะแข่งกับข้ามั้ยล่ะ
...โชเฟ่อร์อีแอบ คันนี้นานจะเจอซะที ทันทีที่ขึ้นรถก็จะสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมฟุ้งทั่วรถ จนรู้สึกฉุน รถสะอาดดูดี
มีแสงสีเสียงและอุปกรณ์บันเทิงครบครัน (วีซีดี/และคาราโอเกะ)ดุ๊กตาน่ารักวางหน้ารถหลังรถเต็มไปหมด
แต่งกายสะอาด ขับรถนุ่ม พูดจาสุภาพ ถ้าผู้โดยสารเป็นชายหนุ่มจะถูกจับตาบนกระจกมองหลังอยู่บ่อยๆ
แต่อย่าให้ตกใจ เธอ(เขา)จะอุทานด้วยน้ำเสียงตัวจริงว่า "อี..ดอกกกก จะบีบแตรจี้ตูดกูทำไมย่ะ อี..เฝ่ยเท่ย
..อี..อี..เหลวเป๋ว หรือ อะไรต่อมิอะไรที่เป็นศัพย์จำเพาะหมู่พวกเขา เกินกว่าเราจะเข้าใจได้
เป็นบางส่วนที่พอจะนึกหน้าออกมาบอกเล่ากันฟัง หรือใครเจอนอกเหนือไปกว่านี้ก็เล่าสู่กันฟังบ้างน๊ะ
พวกเราชาวผู้โดยสารจะได้ระวังและวางตัวได้ถูก
แต่ที่น่าขำปนทุเรศมากกว่าก็คือ ศูนย์วิทยุที่เรามักได้ยินในรถแท็กซี่ดัง ฟึ๊ด ฟี้ด ฟี้ด นั่นแหละ บางครั้ง
และบางคัน ที่เราต้องงงและก็งง
"ฟื้ด.นี่ศูนย์แจ้ง ว.007ได้นำ น้ำตก ตับหวานเข้ามาแล้ว ให้ว.005นำกำลังข้าวเหนียวเข้ามาได้เลย ฟื้ด..
ถ้าอยู่ไกล ว.แจ้งด้วย เราจะได้ไม่รอ..รับทราบ.."
..แห่งเดียวในโลกกับศูนย์แท็กซี่บริการเมืองไทย .55555